|
|
|
|
| |
ตำนานโหราศาสตร์ (สมัยพุทธกาล)
|
|
คำว่าพยากรณ์หรือทำนายนั้น เรามักจะพูดถึงเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น และเป็นเหตการณ์ใน
อนาคตเสมอ ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดขึ้น หรืออาจจะเกิดขึ้น แต่ความเป็นจริงแล้วนั้นอาจจะเกิดขึ้น
หรือไม่ก็ได้ ในทางโหราศาสตร์ ซึ่งมีอยู่ทุกชนชาติ ทุกภาษาทั่วโลก ถ้าคิดกันเล่นๆ ก็น่าจะ
มากกว่า ๑๐๐ ศาสตร์ แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละบุคคล แต่ละท้องถิ่น แม้กระทั่งศาสตร์เดียว
กันยังแตกแขนงปลีกย่อยออกไปอีก ที่เห็นเด่นชัด เช่น ระบบเลข ๗ ตัว มีทั้งฐาน ๔, ฐาน ๙,
ฐาน ๑๑
ถ้าจะกล่าวถึงคำพยากรณ์สมัยก่อนพุทธกาล ก็ย่อมหมายถึง การพยากรณ์นั้นมีมาก่อนศาสนา
พุทธกำเนิดแน่นอน เพราะก่อนจะมีพุทธศาสนายังมีศาสนานิกาย และลัทธิอื่นๆ อีกมากมาย
ตามตำนานกล่าวว่า เมื่อพระพุทธเจ้า ประสูติได้ ๕ วัน พระเจ้าสุทโธทนะได้เชิญพราหมณ์
๑๐๘ คน มายังราชมณเฑียร เลือกเอาเฉพาะที่เชี่ยวชาญในวิชาโหราศาสตร์ได้ ๘ คน ชื่อ
รามพราหมณ์, ลักษณพราหมณ์, ธุชพราหมณ์, ยัญญพราหมณ์, โภชพราหมณ์, สุทัตต
พราหมณ์, สยามพราหมณ์ และโกณฑัญญพราหมณ์ ตั้งพระนามราชโอรส ขนานพระนามว่า
"สิทธัตถะ"แปลว่า"ประสงค์สิ่งใด ก็จะสำเร็จ" และพราหมณ์ ทั้ง ๘ ที่เจริญด้วยวัยวุฒิและ
คุณวุฒิ ต่างก็พยากรณ์มีคติเป็น ๒ คือ
พระกุมารนี้ถ้าอยู่ครองราชย์ ก็จะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์ หรือถ้าออกผนวชจะได้บรรลุพระ
สัมมาสัมโพธิญาณ ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นศาสดาเอกในโลก โดยยก
นิ้วมือสองนิ้วยืนยันการพยากรณ์ ส่วนโกณฑัญญพราหมณ์ซึ่งเป็นพราหมณ์หนุม (ผมและ
หนวดดำ) แต่สูงด้วยวิทยาคุณ มีความมั่นใจในตำรา ได้ยกนิ้วขึ้นมานิ้วเดียวแล้วพยากรณ์ว่า
พระกุมารองค์นี้จะไม่อยู่ในราชสมบัติ จะเสด็จออกผนวช และตรัสรู้เป็นพระอรหันต์สัมมา
สัมพุทธเจ้า เป็นศาสดาเอกในโลกแน่นอน
ต่อมาเมื่อพระสิทธัตถะราชกุมารออกผนวชโกณฑัญญพราหมณ์ได้ออกบวชตาม พร้อมด้วย
บุตรของพราหมณ์อีก ๔ คน รวมเป็น ๕ คน เรียกว่า "ปัญจวัคคีย์" ฝ่ายพราหมณ์มั้ง ๗ เมื่อ
กลับไปบ้านของตนก็เรียกบุตรมาสั่งว่า "บิดานี้ชราแล้ว จะเห็นพระราชบุตรบรรลุสัมโพธิญาณ
หรือไม่ก็ไม่รู้ ถ้าหากพระราชบุตรออกบรรพชาเมื่อใด เจ้าจงออกบวชตามเถิด" พราหมณ์ทั้ง
๗ นั้นต่างก็ทำลายขันธ์ไปตามอายุขัย คงอยู่แต่โกณฑัญญพราหมณ์ผู้เดียว
เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกบรรพชา โกณฑัญญพราหมณ์ ก็ไปชวนบุตรพราหมณ์ทั้ง ๗
ซึ่งก็มีออกบวชตามเพียง ๔ คนเท่านั้น ชื่อ วัปปะภัททิยะ มหานามะ อัสสชิ รวมกับโกณฑัญญ
ฑราหมณ์ เรียกว่า "ปัญจวัคคีย์"
|
|
| |
|
| |
| |
| |
| |
|